ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเรา
ขอขอบคุณสำหรับการเยี่ยมชมเวบไซต์ m-culture.in.th

เราได้จัดทำแบบสำรวจแบบง่ายๆ เพื่อจะ
ได้ทราบถึงสิ่งที่ผู้เยี่ยมชมเวบไซต์เรา
ชอบและให้เราได้เรียนเกี่ยวกับคุณมากขึ้น
 
ละติจูด (รุ้ง) : N 16° 17' 51.9454"
16.2977626
ลองจิจูด (แวง) : E 103° 29' 34.1138"
103.4928094
เลขที่ : 13864
แหล่งโบราณคดี พระธาตุยาคู
เสนอโดย คำแพง เพชรสังหาร วันที่ 7 มกราคม 2554
อนุมัติโดย mculture วันที่ 18 มีนาคม 2559
จังหวัด : กาฬสินธุ์
2 1525
รายละเอียด

พระธาตุยาคู (กค.2010) งานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกมลาไสย ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กม. มีซากอิฐปนดิน คูเมืองสองชั้น มีลักษณะเป็นท้องน้ำที่พอมองเห็น คือพระธาตุยาคูผังเมืองรูปไข่แบบทวาราวดีแต่มีตัวเมืองสองชั้นเชื่อว่าเกิดจากการขยายตัวเมือง ชาวนามักขุดพบใบเสมา หินทรายมีลวดลายบ้างไม่มีบ้าง ที่ขึ้นทะเบียนไว้ทางกรมศิลปากร 130 แผ่น พระพิมพ์ดินเผามีลักษณะเป็นอิทธิพลของสกุลช่างคุปตะรุ่นหลัง อายุประมาณ 1,000 – 2,000 ปี มีอยู่ทั่วไปนอกจากนี้ยังพบกล้องยาสูบดินเผาลวดลายอมราวดีก้านขดเป็นรูปตัวมังกร อายุ 7,000 ปี ที่น่าสนใจคือกล้องยาสูบชนิดเดียวกันแต่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์อายุประมาณ 5,000 – 6,000 ปี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ายุคโลหะของสุวรรณภูมิได้เริ่มมาก่อนทุก ๆ แห่งในโลกนี้ เมืองฟ้าแดดสงยางเราพบร่องรอยของชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์มีกลุ่มและต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะมีหลักฐานทางโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์มีกลุ่มชนอยู่อย่างต่อเนื่องมาจนสมัยทวารวดี สมัยอยุธยาและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เพราะมีหลักฐานทางโบราณวัตถุหลายอย่างที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจน สำหรับหลักฐานทางประวัติศาสตร์มีอยู่ในตำนานและนิยายพื้นเมืองต่าง ๆ มากมาย เช่นตำนานเมืองฟ้าแดดสงยาง นิทานผาแดงนางไอ่ ผญาเมืองฟ้าแดด ฯลฯ ซึ่งแต่เดิมบันทึกไว้ในรูปแบบหนังสือผูก ต่อมามีผู้ปริวรรตจากของเดิมที่เป็นตัวอักษรไทยน้อยหรืทอตัวธรรม เป็นตัวหนังสือไทยแบบปัจจุบันหลายท่าน เช่นเจ้าคุณอารีย์ หรือ อริยนุวัตร (เขมจารี) วัดมหาไชย จังหวัดมหาสารคาม สมศักดิ์ เส็งสาย และสุภณ สมจิตร ศรีปัญญาเป็นแต่หลักฐานเหล่านี้เป็นแค่ตำนานจึงขาดความเชื่อในแง่ของประวัติศาสตร์หลักฐานที่พอจะเชื่อถือได้ก็คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ คุณนิวัฒน์ พูนศรี เขียนไว้ในประวัติศาสตร์ชาวลาว ที่ได้กล่าวถึงการล่มสลายของเมืองฟ้าแดด สงยางว่า เกิดจากกษัตริย์พม่า คือพระเจ้าอโนธามังฉ่อ (ขึ้นครองราชย์เมื่อ พ.ศ. ๑๕๕๓) ดืทำการปราบมอญตลอดอ่าวเบงกอลและรุกอาณาจักรขอมทางเหนือ คือเมืองหริภุญไชย (เมืองลำพูนปัจจุบัน) แล้วรุกลงมาทางใต้จนถึงเมืองฟ้าแดดสงยางโคตรบูรณ์ และเมืองในสมัยเดียวกันกับเมืองฟ้าแดดสงยาง 3 เมือง คือ เมืองเยงโสม เมืองเชียงสา และเมืองเชียงงช้อยได้กวาดต้อนผู้คนกระจัดกระจายไม่มากนักจากนั้นเมืองฟ้าแดดสงยางก็กลายเป็นเมืองร้าง ต่อมามีพวกขอมที่หลงเหลื่ออยู่กับข่า ได้เข้ามาอยู่อาศัย จนกระทั้ง พ.ศ. ๑๙๐๐ พระเจ้าฟ้างุ้มแห่งดินแดดอานาจักรล้านช้างได้ขยายอานาเขตเข้ามาในดินแดนภาคอีสานในปัจจุบัน ตียึดเมืองร้อยเอ็ด จากพวกขอมแล้วเลยไปเมืองพระสาด เมืองพระสระเยน เมืองพระนารายณ์ เมืองพระนาเทียม และเมืองโพนผึ่งแดด (คือเมืองฟ้าแดดสงยาง) ไปอยู่ไปอยู่ใต้การปกครองของล้านช้าง เมื่อกลุ่มวัฒนธรรมทวารวดีหรือกลุ่มวัฒนธรรมของเมืองฟ้าแดดสงยางสิ้นสุดลง ได้ทิ้งสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นหลักฐานไว้ให้คนรุ่นหลัง ๆ ได้ศึกษาค้นคว้าต่อไปหลักฐานที่พบในบริเวณเมืองฟ้าแดดสงยาง มีดังนี้ 1. ซากเมืองโบราณที่เป็นคูน้ำคันดินที่เป็นลักษณะถนนจากทิศใต้ของเมืองฟ้าแดดสงยาง ผ่านเข้าบริเวณชุมชนใหญ่ในเมืองฟ้าแดดสงยาง 2. ใบเสมาขนาดต่าง ๆ ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ มีจำนวนนับเป็นร้อย ๆ ใบมีทั้งที่เป็นภาพเล่าเรื่องทางพระพุทธศาสนาและไม่มีภาพเลาเรื่องทางพุทธศาสนา 3. จารึกอักษรปัลลวะภาษามอญโบราณ เช่น ที่วัดโพธชัยเสมาราม และจารึกบ้านสว่างบริเวณใกล้เคียงกับเมืองฟ้าแดดสงยาง 4. พระพิมพ์ดินเผา ขุดพบเป็นจำนวนมากเป็นแบบเดียวกับพระพิมพ์ดินเผาที่พบในเมืองนครจัมปาศรี เมืองกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม และยังเหมือนกับการพิมพ์ดินเผาที่พบในลุ่มแม่น้ำเจ้าพยาและที่ภาคใต้ในเขต จังหวัดสุราษฏณ์ธานี สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามีการติดต่อกันในทางวัฒนธรรม ระหว่างดินแดนเมืองฟ้าแดดสงยางกับดินแดดในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทย 5. สถูปเจดีย์ต่าง ๆ มีจำนวนกว่า ๑๐ องค์มีองค์ใหญ่ที่สำคัญองค์หนึ่งคือ พระธาตุยาคู 6. เครื่องประเภทถ้วยกระเบื้อง มีทั้งสมัยของทวารวดี สมัยลพบุรี สมัยอยุธยา สมัยรัตนโกสินทร์และยังมีมาจากดินแดดจีนอีก เช่นถ้วยกระเบื้องราชวงศ์ชุ่ง ราชวงศ์ หยวน และราชวงศ์เหม็ง 7. เครื่ององใช้ประเภทเหล็กในรูปแบบของเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น มีด 8. เครื่องใช้ประเภทสำริด เช่น ลูกกระพรวนสัมฤทธิ์ 9. เครื่องประดับประเภทแก้วต่าง ๆ เช่น ลูกปัดแก้ว เป็นต้น 10. สระน้ำโบราณ มีจำนวนหลายสระ เช่นสระหนองตระพัง 11. ร่องรอยของแหล่งผลิตเกลือ มีลักษณะเป็นเนินดิน 12 เครื่องปั้นดินเผาขนาดเล็กชนิดมีปากบานแบบมีลายเขียนสีและแบบไม่มีลายเขียนสีเคลือบด้วยน้ำโคลน 13 ลูกกระสุนดินเผา 14 โครงกระดูกของมนุษย์โครงกระดูกสัตว์ต่าง ๆ เช่น วัว ควาย หมู หมา

หมวดหมู่
แหล่งโบราณคดี
สถานที่ตั้ง
พระธาตุยาคุ
หมู่ที่/หมู่บ้าน เสมา ถนน กมลาไสย-ฆ้องชัย
ตำบล หนองแปน อำเภอ กมลาไสย จังหวัด กาฬสินธุ์
รายละเอียดการเข้าถึงข้อมูล
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์
บุคคลอ้างอิง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ อีเมล์ m.culture.ks@gmail.com
ชื่อที่ทำงาน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ อีเมล์ m.culture.ks@gmail.com
ตำบล กาฬสินธุ์ อำเภอ เมืองกาฬสินธุ์ จังหวัด กาฬสินธุ์ รหัสไปรษณีย์ 46000
โทรศัพท์ 043815805-6 โทรสาร 043811394
เว็บไซต์ http://www.ksculture.go.th
แสดงความคิดเห็น
โปรด เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการแสดงความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ 2 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 13:59
ใส่ชื่อผู้ทำข้อมูลด้วยว่าชื่ออะไร ตัวเลขข้อมูลมีทั้ง อารบิค และไทย ให้ใช้ เลขไทยอย่างเดียว
ข้อมูลที่แสดงในระบบนี้ จัดเก็บโดยนักวิชาการวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม หากมีข้อเสนอแนะหรือข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อวัฒนธรรมจังหวัด
       ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่