เมื่อจัดทำและเตรียมส่วนประกอบต่าง ๆของเกวียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องทำพิธีไหว้ครู หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "พิธียกเกวียน"ก่อนประกอบเกวียนให้สามารถใช้งานได้โดยเตรียมเครื่องไหว้ครู และเครื่องทำน้ำมนต์ไว้ให้พร้อม นำส่วนประกอบต่าง ๆ ของเกวียนที่ยังไม่ได้ประกอบเป็นเล่มมาวางพิงไว้ สำหรับปะแหลก วางพิงไว้ที่ท้ายเกวียน ส่วนแอกไม่ได้กองรวมไว้ นอกจากนี้ยังคงต้องระวังรังผึ้งไม่ให้ถูกพื้น เกวียนที่ใช้งานแล้วจนกระทั่งชำรุด เมื่อทำการซ่อม ก็ห้ามไม่ให้รังผึ้งถูกพื้นเช่นเดียวกัน ต้องค้ำยันหรือแขวนไว้ มิฉะนั้นต้องทำพิธียกเกวียนใหม่ สำหรับเครื่องมือวางต่ำลงมาใกล้โต๊ะเครื่องไหว้
๑. เครื่องไหว้ครู ประกอบด้วย
๒. ผ้าขาว ๑ ผืน
๓. หัวหมู ๑ หัว
๔ ดอกไม้ ๑ ช่อ
๕. พานหมาก ๑ ชุด
๖. บุหรี่มวนโต ๑ มวน (มวนพิเศษด้วยใบตอง)
๗. บายศรีปากชาม
๘. ธูป ๕ ดอก
๙. ขันทำน้ำมนต์ ๑ ใบ พร้อมน้ำสะอาด
๑๐. เทียนทำน้ำมนต์ ๑ เล่ม
๑๑. ไข่ต้ม ๒ ฟอง
๑๒. ฝักมะขาม ๘ ฝัก
๑๓. หนามระกำ ๓๒ หนาม
๑๔. เหล้า ๑ ขวด
๑๕. โต๊ะตั้งของบูชา ๑ ตัว
ผู้ประกอบพิธี นำเครื่องบูชาครูวางไว้บนโต๊ะที่ปูด้วยผ้าขาว โดยใช้หนามระกำปักรอบไข่ต้ม ฟองละ ๑๖ หนาม แล้วใช้ฝักมะขามวางรอบหนามระกำเป็นวง ข้างละ ๔ ฝัก (ฝักมะขามมาแทนไม้ใหญ่ที่ใช้ทำกง หนามระกำแทนกำ และไข่ต้มแทนดุม)
ครูที่ผู้ประกอบพิธีทำการบูชาครูด้วยเครื่องไหว้ครูต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว ยังทำน้ำมนต์ธรณีสาร เพื่อปัดเป่าเสนียดจัญไรด้วย แล้วผู้ประกอบพิธีจึงประพรมน้ำมนต์ส่วนประกอบของเกวียนที่วางพิงไว้ รวมทั้งเครื่องมือต่าง ๆ ด้วย แล้วช่วยกันยกส่วนประกอบต่าง ๆ ของเกวียนให้เข้าที่ให้เรียบร้อย และมีการใส่กงล้อและปะแหลก ทำการผูกมัดให้เรียบร้อย ขั้นตอนสุดท้ายคือการมัดปะแหลกด้วยหวาย ส่วนแอกยังคงวางอยู่ที่เดิม ต่อจากนี้จะช่วยกันยกเกวียนให้เดินหน้าไปเล็กน้อย ประมาณ ๑ วา แล้วจึงใส่แอกเทียมเกวียน ใช้ควายดี ๆ ซึ่งได้แก่ควายที่ใช้งานแล้วและเชื่อง เทียมเกวียนเอาฤกษ์ไว้ก่อน ให้ควายลากไประยะหนึ่ง จึงนำมาเก็บไว้เป็นอันเสร็จพิธี ในวันที่ประกอบพิธีวันนั้นจะไม่ใช้งานเลยทั้งวัน