ประเภทและลักษณะ
เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ มะม่วงกวนทำจากมะม่วงที่สุกแล้วกินไม่ทัน หรือมะม่วงที่หล่นปากตะกร้อ กวนเก็บไว้กินยามมะม่วงหมดผลแล้ว
ประวัติความเป็นมา
เมื่อถึงฤดูมะม่วงสุกมีจำนวนมากรับประทานไม่ทัน มะม่วงก็จะเน่า จึงเกิดความคิดที่จะเก็บมะม่วงไว้รับประทานให้ได้นาน จึงนำมะม่วงสุกมาสับผสมกับน้ำตาลทรายใส่เกลือป่นกวนให้ได้ที่แล้วทำเป็นแผ่น นำออกตากแดดจนแห้งดี เก็บไว้รับประทานในครัวเรือน ต่อมาเมื่อเหลือรับประทานจึงนำไปขายเกิดรายได้เป็นอาชีพ
วัตถุดิบที่ใช้
๑. มะม่วงแก้ว หรือมะม่วงอื่น ๆ
๒. น้ำตาลทราย
๓. น้ำตาลทรายกรวด
๔. สารส้ม
๕. เกลือป่น
๖. น้ำ
วิธีทำ
๑. นำมะม่วงที่สุกพอเหลืองๆ ปอกเปลือกแล้วแช่ลงในน้ำสารส้มที่เตรียมไว้ประมาณ ๓ – ๕ นาที
๒. ตักขึ้นจากน้ำพร้อมที่จะสับ วิธีการสับก็สำคัญเช่นกันเพราะจะต้องสับให้เส้นสวยไม่ให้เล็กหรือใหญ่เกินไป
๓. เมื่อสับเสร็จพอ ๑ กระทะ นำลงใส่กระทะพร้อมน้ำตาลทราย น้ำตาลทรายกรวด ใส่น้ำไม่มากนัก กวนไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ ๑ - ๒ ชั่วโมง
๔. ระหว่างกวนได้สักครึ่งชั่วโมง นำสารส้ม ใส่ลงไปประมาณก้อนเท่านิ้วหัวแม่มือ
๕. เมื่อกวนเสร็จตักใส่ภาชนะที่ทนความร้อน แล้วทิ้งไว้ให้เย็นก่อน
๖. ใช้ช้อนกินข้าวตักไม่ให้เต็มช้อนนักละเลงเป็นวงให้เป็นแถว ๆ
๗. นำไปตากแดดบนแผ่นพลาสติกใสที่วางบนแผงไม้ ตากไว้ประมาณ ๑ วัน
๘. คว่ำพลาสติกเพื่อลอกมะม่วง
บทบาทหน้าที่และความสำคัญในอดีตและปัจจุบัน
ในปัจจุบันนี้การทำมะม่วงกวน เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่นับว่ามีความสำคัญและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่ว่างจากงานประจำหันมาทำมะม่วงกวนส่งออกขาย บางรายก็ส่งไปขายต่างประเทศ นับว่าเป็นการสร้างรายได้ดี เนื่องจากการทำมะม่วงกวนขายเป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
ประโยชน์ของภูมิปัญญา
ใช้รับประทานเป็นอาหารว่าง เป็นของฝาก