ตั้งอยู่ที่บ้านคูหาพัฒนา หมู่ที่ ๗ ตำบลนาสี อำเภอสุวรรณคูหา สังกัดฝ่ายมหานิกาย มีเนื้อที่ ๑๐๓ ไร่ บูรณะเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๗ เดิมเป็นวัดร้าง ตามศิลาจารึกหน้าถ้ำ กล่าวไว้ว่าสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๑๐๖ โดยพระไชยเชษฐาธิราช และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มีถ้ำ ขนาดใหญ่ เล็ก ประมาณ ๔๐ ถ้ำ ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดงานประเพณีบุญข้าวจี่ยักษ์ ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดพระไชยเชษฐาวัดถ้ำสุวรรณคูหาพระไชยเชษฐา เป็นนามพระพุทธรูปประธานในถ้ำสุวรรณคูหา ซึ่งเป็นสีมา (อุโบสถ) และวิหารประจำวัด เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างขนาดใหญ่ ฐานกว้าง ประมาณ ๔ ศอก ปางมุจลินท์ คือพระพุทธรูปนาคปรก มีนาคปรก ๗ เศียร ลักษณะทั่วไปของนาคมีหน้าตาแบบศิลปะล้านช้าง พระพุทธรูปไชยเชษฐา ตั้งอยู่บนฐานชุกชีปูน ฐานสูงจากพื้นประมาณ ๑ เมตร พระไชยเชษฐานี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมาก เล่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีงานบุญปิดทองไหว้พระประจำปีในเดือนสาม ขึ้น ๑๓-๑๕ ค่ำของทุกปี ประชาชนในละแวกใกล้เคียงทั้งใน และ นอกจังหวัด จะมานมัสการขอพรพระไชยเชษฐาเป็นจำนวนมากพระมหาธาตุเจดีย์วัดถ้ำสุวรรณคูหาในศิลาจาลึกหลักที่ ๒ กล่าวว่า สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๑๖๙ ความว่า "พระยาสุรเทพเจ้าได้อุทิศข้าพระโยมสงฆ์ไว้กับพระมหาธาตุเจ้า ๕ ครอบครัว คือ แสนศรีครัวหนึ่ง ทั้งเมียทั้งลูก แสนนันทสงครามครัวหนึ่ง เทพอาสาครัวหนึ่ง ทั้งเมียทั้งลูก นางกว้านกว่าครัวหนึ่ง ทั้งลูกทั้งหลาน อีบัวครัวหนึ่งทั้งน้องทั้งหลาน" แสดงให้เห็นว่าพระมหาธาตุที่ประจำอยู่ในวัดสุวรรณคูหานี้เป็นพระธาตุเจดีย์สำคัญจนมีผู้เลื่อมใสศรัทธา อุทิศทาสดูแลพระมหาธาตุถึง ๕ ครอบครัวศิลาจารึกวัดถ้ำสุวรรณคูหามีอยู่ด้วยกัน ๒ หลัก หลักที่ ๑ ตั้งอยู่ที่หน้าเพิงฝาด้านล่างทางเบื้องขวาของถ้ำสุวรรณคูหา หลักที่ ๒ เก็บไว้ภายในวิหาร ของวัดสาระสำคัญของจารึกหลักที่ ๑ ด้านที่ ๑ จารึกตรงกับ พ.ศ.๒๑๐๖ บอกฤกษ์ยามในการสร้างอย่างละเอียดกล่าวถึงพระนามของพระไชยเชษฐาธิราช สร้างพระพุทธรูปถวายข้าโอกาส และยังได้กล่าวถึงชื่อบ้านนามเมืองที่อุทิศให้เป็นนาจังหันเพื่อเก็บผลประโยชน์ถวายพระภิกษุและบำรุงวัด ในตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ที่ทำลายวัตถุและถือเป็นประโยชน์สงฆ์มาเป็นของตนเอง ด้านที่ ๒ นั้น จารึกในสมัยพระเจ้าสุมังคลา โพธิสัตว์ มีสาระสำคัญ บอกฤกษ์ยามในการสร้าง กล่าวถึงพระนามของพระเจ้าสุมังคลโพธิสัตว์ได้กัลปนาที่ดินให้กับวัดสุวรรณคูหา ในตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ที่ทำลายวัตถุและถือเป็นประโยชน์สงฆ์มาเป็นของตนเองในตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ที่ทำลายวัตถุและถือเป็นประโยชน์สงฆ์มาเป็นของตนเอง ส่วนศิลาจารึก หลักที่ ๒ มีเนื้อหา การสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๑๖๙ พระยาสุรเทพเจ้าเป็นผู้สร้าง เขียนด้วยอักษรธรรม ๑๓ บรรทัด กล่าวถึงพระยาสุรเทพ ได้อุทิศทาสวัด คือข้าพระโยมสงฆ์ทั้งหมด ๘ ครอบครัว คืออุทิศให้พระมหาธาตุ ๕ ครอบครัว และอุทิศให้แก่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ๓ ครอบครัว ตอนท้ายได้กล่าวสาปแช่งผู้ที่มายึดเอาข้าพระโยมเหล่านี้ไปเป็นทาสส่วนตัวขอให้ตกนรกเหมือนพระเทวทัตการเดินทางห่างจากตัวเมืองหนองบัวลำภู ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ สายหนองบัวลำภู-เลย แล้วแยกขวาไปตามเส้นทางหมายเลข ๒๐๗๙ ถึง อำเภอสุวรรณคูหา จากนั้นใช้เส้นทาง พระไชยเชษฐา ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ถึงโรงเรียนบ้านดงยางตาแหลว แล้วเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ ๔ กิโลเมตร