ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเรา
ขอขอบคุณสำหรับการเยี่ยมชมเวบไซต์ m-culture.in.th

เราได้จัดทำแบบสำรวจแบบง่ายๆ เพื่อจะ
ได้ทราบถึงสิ่งที่ผู้เยี่ยมชมเวบไซต์เรา
ชอบและให้เราได้เรียนเกี่ยวกับคุณมากขึ้น
 
Latitude : N 13° 21' 35.424"
13.35984
Longitude : E 100° 59' 2.58"
100.98405
No. : 114995
หอพระพุทธสิหิงค์
Proposed by. - Date 20 September 2011
Approved by. ชลบุรี Date 31 July 2020
Province : Chon Buri
0 179
Description

รายละเอียด

หอพระพุทธสิหิงค์ ตั้งอยู่บนถนนวชิรปราการ ในตัวเมือง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์จำลอง (องค์จริงประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ) ทำด้วยเงินบริสุทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงาม และมีขนาดเท่าองค์จริงทุกประการ หล่อขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503ในวันสงกรานต์จะอัญเชิญองค์พระแห่รอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำเพื่อเป็นสิริมงคลลักษณะเด่นมีพระพุทธสิหิงค์ พระประจำจังหวัดชลบุรีประวัติพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เริ่มตั้งแต่การสร้างและประดิษฐานในลังกา 1,150 ปี นอกจากนี้ได้ไปประดิษฐานยังเมืองต่างๆ ของประเทศไทยอีกหลายแห่ง  พระพุทธสิหิงค์ เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างในลังพระสรีระได้สัดส่วนและงดงามที่สุด เป็นพระพุทธรูปสวยงามศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาติไทย เป็นสิริมงคลและหลักใจของพุทธศาสนิกชน มีอานุภาพสามารถบำบัดทุกข์ในใจให้เหือดหาย เมื่อท้อแท้หมดมานะแล้วได้มาสักการะ จะทำให้ดวงจิตที่เหี่ยวแห้งกลับสดชื่นมีความเข้มแข็ง จิตที่เคยหวาดกลัวจะกลับกล้าหาญ จิตที่เกียจคร้านจะมีวิริยะ ผู้หมดหวังจะมีกำลังใจ  พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปซึ่งตามประเพณีจะมีพิธีอัญเชิญเสด็จออกให้ประชาชนทำการสักการะบูชาสรงน้ำ ตามจารีตประเพณีของไทยในวันสงกรานต์อันเป็นวันขึ้นปีใหม่มาแต่โบราณทุกปี  พระพุทธสิหิงค์ ประวัติความเป็นมาปรากฏตามตำนานของพระโพธิรังษี พระเถระปราชญ์ชาวเชียงใหม่ ซึ่งเป็นไว้เป็นภาษามคธ ราวปี พ.ศ.1960 กล่าวว่า พระพุทธสิหิงค์นี้เจ้าแห่งลังกา 3 พระองค์ได้ร่วมพระทัยกันพร้อมด้วยเหล่าพระอรหันต์ในเกาะลังกาสร้างขึ้นราว พ.ศ. 700 ถ้านับอายุถึงเวลานี้ก็เกือบ 2000 ปีมาแล้ว และประดิษฐานอยู่เกาะลังการาว 1,150 ปี ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช (พ.ศ.1820-1860) ซึ่งเป็นสมัยต้นที่ประเทศสยามกำเนิดขึ้น พระองค์ด้ทรงทราบถึงพุทธลักษณะที่งดงามของพระพุทธสิหิงค์ จากพระภิกษุชาวลังกาที่เข้ามาสู่ประเทศไทย จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยานครศรีธรรมราชแต่งทูตเชิญพระราชสาส์น ไปขอประทานพระพุทธสิหิงค์ จากพระเจ้ากรุงลังกา พระองค์ได้ถวายมาตามพระราชประสงค์ ในคราวนั้นพ่อขุนรามคำแหงฯ เสด็จฯ ไปรับองค์พระพุทธสิหิงค์ ถึงเมืองนครศรีธรรมราช แล้วอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ กรุงสุโขทัยตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา (ราว พ.ศ.1850)  ต่อมาราว พ.ศ. 1920 กรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจลง พญาไสลือไทยจึงอัญเชิญมาประดิษฐานที่เมืองพิษณุโลก จนพระไสลือไทยสิ้นพระชนม์ได้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองพิษณุโลก 5 ปี  ราว พ.ศ. 1925 สมเด็นพระบรมราชาธิราชที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยาได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาอยู่ได้ราว 5 ปี  ราว พ.ศ. 1930 พระยายุธิษฐิระ ราชบุตรเลี้ยงของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ผู้ครองเมืองกำแพงเพชร ได้มีอุบายร่วมกับพระมารดาทูลขอพระพุทธรูปไปบูชาและได้ให้สินบนขุนพลพุทธบาล จึงเลือกพระพุทธสิหิงค์ส่งไป และพอถึง พ.ศ. 1931 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 เสด็จสวรรคต  ในปี พ.ศ. 1930 เจ้ามหาพรหมผู้ครองนครเชียงราย ได้ชวนเจ้ากือนา พระเชษฐาผู้ครองนครเชียงใหม่ ยกทัพไปเมืองกำแพงเพชร และทรงขู่ขอพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธสิหิงค์จึงได้ไปประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงราย ในปี พ.ศ. 1931 ราว 20 ปี  พอถึง พ.ศ. 1950 นครเชียงใหม่กับเมืองเชียงรายเกิดวิวาทถึงกับรบกัน เชียงใหม่ชนะ เจ้าแสนเมืองมาผู้ครองนครจึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานอยู่ที่นครเชียงใหม่ และอยู่นานถึง 255 ปี  ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2204 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงตีเมืองเชียงใหม่ได้ จึงโปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ กรุงศรีอยุธยา อยู่ราว 105 ปี ครั้นเมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าครั้งที่ 2 เชียงใหม่เข้ากับพม่า จึงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับไปนครเชียงใหม่อีกครั้งใน พ.ศ.2310 คราวนี้อยู่นานถึง 28 ปี  ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2338) ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ โปรดให้สมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ยกกองทัพไปขับไล่พม่าให้พ้นจากนครเชียงใหม่ และทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมากรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เมื่อสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทสวรรคตแล้ว จึงโปรดฯ ให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)  จนถึงรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2394 โปรดให้อัญเชิญกลับมาไว้ที่วังหน้าอีกครั้งหนึ่งต่อมามีพระราชประสงค์จะประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้ ณ วัดบวรสิทธาวาส (วัดพระแก้ว วังหน้า) จึงโปรดให้ช่างเขียนตำนานพระพุทธสิหิงค์ที่ฝาผนังข้างในพระอุโบสถ ยังมิทันเสร็จก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระพุทธสิหิงค์จึงประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์จนมาถึงทุกวันนี้  ปัจจุบันพระพุทธสิหิงค์ในเมืองไทยมีอยู่ด้วยกัน 3 องค์ คือพระพุทธสิหิงค์องค์ข้างต้น พระพุทธสิหิงค์ที่ประดิษฐานอยู่ในหอพระพระพุทธสิหิงค์บริเวณศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช และพระพุทธสิหิงค์ในวิหารลายคำในวัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทั้ง 3 องค์ พุทธศาสนิกชนในท้องถิ่นนั้นๆ ต่างก็เคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธสิหิงค์องค์ที่แท้จริงกันทั้งนั้น ส่วนนักโบราณคดีก็ได้พากันวินิจฉัยว่าองค์ไหนจะเป็นองค์จริงตามตำนานปรากฏว่ายังไม่สามารถที่จะลงมติเป็นเอกฉันท์ได้  หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ได้ทรงวินิจฉัยพระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ ไว้ในเรื่อง พุทธศิลปในประเทศไทย ว่าพระพุทธสิหิงค์ นั้นตามตำนานได้มาจากเกาะลังกา จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าโดยเหตุที่เคยไปประดิษฐานหลายๆ แห่ง จึงอาจจะถูกขัดแต่งจนกลายเป็นพระพุทธรูปแบบฝีมือไทย หรือองค์เดิมสูญหายไปเสีย จึงสร้างแทนขึ้นในสมัยหลัง  ส่วนพระพุทธสิหิงค์องค์ที่อยู่ในหอพระพุทธสิหิงค์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นั้นพุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบนายขนมต้ม ซึ่งเป็นพุทธศิลปโดยเฉพาะของจังหวัดนครศรีธรรมราช คือพุทธศิลปโดยทั่วๆ ไป เหมือนพุทธศิลปสมัยเชียงแสน (ล้านนา) เป็นแต่ตรงสังฆาฏิต่างกันคือ สังฆาฏิสั้นๆ หลายอันซ้อนกัน ที่เรียกว่าสังฆาฏิแฉก  สำหรับพระพุทธสิหิงค์ที่วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ ก็มีพุทธลักษณะแบบสิงห์ 1 (ล้านนา)  ดังนั้นนักโบราณคดีส่วนใหญ่จึงปักใจเชื่อว่า พระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ คือองค์ที่ปรากฏอยู่ในตำนานที่พระโพธิรังษี พระเถระชาวเชียงใหม่แต่ไว้เมื่อ 600 ปี มาแล้ว.
Location
หอพระพุทธสิหิงค์
Road วชิรปราการ
Tambon บางปลาสร้อย Amphoe Mueang Chon Buri Province Chon Buri
Details of access
อำเภอเมืองชลบุรี
Organization สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี
Road ถนนมนตเสวี
Tambon บางปลาสร้อย Amphoe Mueang Chon Buri Province Chon Buri ZIP code 20000
Tel. 0 3827 6407 Fax. 0 3827 7407
Comment
Please Login Before comment.

Username
Password
No comment.
ข้อมูลที่แสดงในระบบนี้ จัดเก็บโดยนักวิชาการวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม หากมีข้อเสนอแนะหรือข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อวัฒนธรรมจังหวัด
       ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่